กระบี่ 2 วัน 1 คืน กับ Landmark สีเขียว

เอาจริงๆ ชีวิตนี้ก็ไปกระบี่มาห้าหกครั้งแล้ว ซึ่งแต่ละครั้งก็จะมีที่ใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าให้ไปอยู่สักหนึ่งอาทิตย์ จังหวัดกระบี่คงมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะเลย… และด้วยความที่เป็นหน้าฝน ก็ทำให้เรานึกถึงอะไรที่มันเขียวๆ แบบชุ่มช่ำ ซึ่งจังหวัดกระบี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ร่ายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์มากกกก ที่สำคัญคือหน้าฝนเป็นหน้าโลว์แล้วตั๋วถูก ๕๕๕

ซึ่งงงงง…. ฟังค่ะคุณ ฟังค่ะ….. เพื่อนๆ สามารถจองตั๋วไปกระบี่ได้จากลิงค์นี้ได้เพียงขาละ 490 บาทเท่านั้น  https://bit.ly/2OvcE88 จองได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กันยายน 2561 และเดินทางตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2562 อ่อ…. อย่าลืม!! ล็อกอิน BIG ทุกครั้งนะครับ เพื่อให้ได้ราคาโปรสำหรับสมาชิกด้วยน้าาาา

คือนอกจาก AirAsia จะเป็นสายการบินที่ไมใช้บินในการเดินทางไปเที่ยวและทำงานบ่อยสุดแล้ว ยังลามไปเป็นขวัญใจของเพื่อนๆ ที่ทำงานอีกด้วย เพราะตอบโจทย์ Life Style การใช้ชีวิต ไม่ใช่ว่าบิน Low cost แล้วหมายความว่าเราเงินน้อยนะ มันหมายความว่าเราเลือกใช้เลือกซื้อในสิ่งที่เหมาะสิ่งที่ควรอย่างคุ้มค่าที่สุดในสิ่งนั้นมากกว่า คำว่าถูกหรือแพงของคนเรามันจึงต่างกัน เพราะฉะนั้น AirAsia ที่บอกว่า Low Cost แต่เอาจริงๆ แล้วคุ้มค่า และเหมาะสมกับเงินที่จ่ายไป จบไว้ที่บรรทัดนี้ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ถึงเร็วกว่ารถบัสก็เป็นพอ ๕๕๕๕

แล้วมากไปกว่าความเป็น Low Cost ต้องเป็น Low Cost อย่างมี Standard เพราะ AirAsia กว่ารางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชียถึง 10 ปีซ้อน ให้ตายเถอะ ถ้าจะถูก ก็ถูกให้ได้แบบนี้ ถูกให้ต่อเนื่องเป็นสิบปี ถูกให้มีแสตนดาร์ดที่ไม่ว่าใครๆ หรือทำอาชีพไหนก็ขึ้นได้ แบบนี้สิ ของจริง แต่พอละ เลิกพูดถึง AirAsia ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าขายแรงไป ทริปนี้พาที่บ้านมาเที่ยวด้วย ฉะนั้นสถานที่แต่ละสถานที่ที่ไป ก็ต้องคำนึงถึงคนในบ้าน ว่าไปได้ไหม ที่เอามาในลิสต์ก็ไปได้หมด ยกเว้นผาหงอนนาค ที่ปล่อยให้คุณพ่อคุณแม่นอนพักอยู่ที่ห้องเถอะ จะเกษียรอยู่ปีหน้าเนี่ย ๕๕๕

มากันสี่คน ในจังหวัดที่ระบบขนส่งก็ยังไม่ดีที่จะมีไปถึงทุกสถานที่ท่องเที่ยวมันก็ต้องเช่ารถขับนี่แหละ ไมจองผ่านนี่ครับคือ https://www.mamybooking.com/ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะมีส่วนลดเยอะมากไงแกกกก ๕๕๕

ส่วนเรื่องที่พักตอนนี้ต้องแนะนำ Traveloka เลย คือที่พักจะถูกกว่าเว็บอื่นอย่างน้อยก็หลักหน่วยอ่ะ แต่คือถูกแน่ๆ อย่างล่าสุดที่จองไปกระบี่ทริปนี้ ได้ส่วนลดสูงสุดถึง 70% คือบ้าไปแล้วอ่ะ

จากข้อมูลข้างบนไมคิดว่าทุกอย่างน่าจะพร้อมเดินทางแล้วล่ะ แต่ถ้าแนบแผนการเดินทางของไมเข้าไปด้วยก็คงจะดี ข้างบนนี้เป็นแผนการเดินทางจริงๆ ของไมในทริปนี้ เพื่อนๆ สามารถลอกได้เลย ไมเดินทางตามตารางนี้เป๊ะๆ ซึ่งก็ถึงเวลาที่เราจะพาไปดูสถานที่ต่างๆ เรียงลำดับตามแผนการเดินทางนี้เลยนะ ก็เริ่มต้นกันที่สระมรกตกันก่อนเลยแล้วกัน

สระมรกต

สระมรกตเป็นถานที่ที่เรียกได้ว่าใครที่มากระบี่แล้วไม่ได้มาที่นี่ถือว่าผิดอ่ะ ไม่รู้ดิ นี่มาห้าครั้งก็มาที่นี่ห้าครั้ง รู้สึกว่าถ้ามาต้องถึง อีกอย่างที่นี่คือ Unseen Thailand เลยนะเว้ย ก็มาแทนคนที่ไม่มีโอกาสได้มาหน่อยแล้วกัน ซึี่งสระมรกตแห่งนี้เนี่ย จะเปิดให้เข้าตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น ค่าเข้าสำหรับคนไทยก็คนละ 20 บาท ตอนนี้ห้ามนำ Drone เข้าด้วยนะ มีป้ายติดไว้อย่างใหญ่

ซึ่งการจะเดินเข้าไปยังสระมรกตได้ก็จะมีสองทางให้เลือก มีทางเดินปกติ 800 เมตร กับทางเดินธรรมชาติ 1.4 กิโลเมตร ก็เลือกเอาว่ารักทางไหน ซึ่งงง… ห้าครั้งสำหรับไม เลือกทาง 800 เมตร แบบไม่ต้องคิดเลย แต่ทาง 1.4 กิโลเมตร เพื่อนๆ ก็จะได้เห็นธรรมชาติอย่างแท้จริงนะ สุดทางก็คือสระมรกตอย่างในภาพนี่แหละ เหตุผลที่มันมีสีเขียวใสตอนคนยังไม่ลงไปเล่นแบบนี้ก็เพราะภูมิประเทศของกระบี่ส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูน ทำให้มีแคลเซียมคาบอร์เนตที่ผสมมากับน้ำ ยิ่งเวลามีแสง น้ำจะยิ่งใสและสวย เพราะเกิดจากการกระเจิงของแสง มากไปกว่านั้น หากเดินเข้าไปอีก 800 เมตรจากสระมรกต ก็จะเห็นบ่อผุด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสระมรกตแห่งนี้อีกด้วย แต่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายนเท่านั้น ยังไงลองไปกันดูนะครับ : )

น้ำตกร้อน

น้ำตกร้อน เป็นอีกที่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ไม่สวย แต่ดีงามมาก ถ้าหากใครที่ชอบแช่ออนเซ็นที่ญ๊่ปุ่น มาที่นี่เลย ไม่ต่างกัน แถมมีวิวธรรมชาติแทนหิมะ มีน้ำที่ไหลไม่หยุด ที่เรียกว่าน้ำตกแท้ๆ จากธรรมชาติ ให้คุณได้พักผ่อนสบายๆ ในน้ำอุณหภูมิ 40-50 องศาเซลเซียสที่ไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งน้ำตกแห่งนี้เนี่ย อยู่ไม่ไกลจากสระมรกต เรียกได้ว่าทางเดียวกันนั่นแหละ

แล้วหากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าน้ำตกกับน้ำข้างล่างสีจะต่างกัน ใช่ละครับ ข้างล่างคือแม่น้ำธรรมดาในอุณหภูมิปกติเลย สามารถเล่นน้ำได้ปกติ ในช่วงที่ไม่ใช่หน้าฝน น้ำตรงนี้จะใสกว่านี้ ส่วนน้ำตกก็ร้อน คือเป็นการผสมปนกันได้อย่างลงดู และไม่แปลกที่ต่างชาติ มักจะมาซุ่มกันอยู่ที่นี่

รวมถึงตัวผมเองด้วย แต่ก็ขอเตือนไว้ก่อนว่า ไม่ควรแช่นานเกิน 15 นาทีครับ อันนี้ max สุดละ เพราะหากนานกว่านี้ จะทำให้ร่างกายของเราขนาดน้ำ บางรายอาจเป็นลม วิงเวียนศรีษะเลยล่ะ ส่วนค่าธรรมเนียมการเข้าชมก็เบาๆ ครับ คนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท และ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 17.00 น. ทุกวัน

ท่อปอม คลองสองน้ำ

ขอเรียกสั้นๆ ว่าคลองสองน้ำเลยแล้วกัน ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่เคยเห็นสมัยเด็กๆ และอยากจะมานานแล้วแต่ไม่ได้มาสักที เวลาผ่านไป ครั้งนี้กลายเป็นครั้งที่สองที่มาที่นี่ซะแล้ว ที่นี่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งในแง่ของน้ำใต้ดินและพืชพรรณที่สามารถเติบโตได้ทั้งในน้ำและบนดิน จะมีลักษณะ พิเศษของระบบนิเวศคือในช่วงขึ้น 12 ค่ำไปจนถึง แรม 5 ค่ำที่ น้ำทะเลหนุนขึ้นสูง เรียกว่า “น้ำใหญ่” จะเป็นน้ำทะเลหนุนสูงลึกเข้ามาในคลองท่าปอมมาผสมกับน้ำจืดกลายเป็นคลองน้ำกร่อยที่มีสีฟ้าค่อนข้างขุ่น แต่พอทิ้งเวลาไปไม่นานก็จะถูกแทนที่ด้วยน้ำจืดใสมรกตเป็นสีเขียว ซึ่งเกิดจากการที่ลำธารที่มีต้นกำเนิดจากเขาหินปูนที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตอย่างที่บอกไปในช่วงสระมรกต น้ำจึงใสมองเห็นพืชใต้น้ำได้อย่างชัดเจน

ถ้าเป็นสมัยก่อนจะเห็นภาพเป็นแคนู หรือคายัคพายไปตามคลอง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว น่าจะเกี่ยวกับการทำลายระบบนิเวศหรืออะไรสักอย่าง แต่ก็มีจุดที่สามารถเล่นน้ำได้ อย่างจุดนี้ เป็นอีกจุดที่สวยไม่แพ้จุดอื่นๆ ที่จะต้องเดินรอบคลองเลยล่ะ ถ้าจะเดินให้เต็มที่ ที่นี่ก็คงจะใช้เวลาอย่างน้อยรวมพักเหนื่อยสัก 1 ชั่วโมงกำลังดี ไม่ไกลมาก แต่ร้อน ๕๕๕

คลองสระแก้ว

คลองสระแก้วจริงๆ มีหลายคลองมาก ถ้าไมจำไม่ผิดคือมี 7 สระ แต่ละสระก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป บางสระลึกเป็นร้อยเมตรก็มี แต่จุดนั้นไม่ได้เปิดให้เล่นน้ำแล้ว แต่ก็ไม่ปิดให้ใครไม่เล่นน้ำ งงไหม ไม่ต้องงง และก็ไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้น มาสนใจสระที่เค้าเปิดให้บริการอย่างปลอดภัยดีกว่า ซึ่งสระที่เค้าเปิดบริการให้เล่นแบบเป็นทางการกึ่งค้าขายหน่อย ก็จะอยู่ใน อ.หนองทะเล คือไม่ไกลจากตัวเมืองเลย ก็จะมีค่าเช่าห่วงยาง กับค่าเช่าคายัค เพื่อนๆ สามารถเล่นได้ทั้งวันเลย

ถามเจ้าของมา เค้าบอกว่าสระที่นี่ไม่ได้เป็นวงกลม ฉะนั้นจึงมีเชือกให้ไต่กลับ เพราะช่วงที่น้ำขึ้นบางทีเราก็ไม่ต้องใช้แรงพายหรือว่าย แต่ถ้าน้ำลง ก็เหมือนเราว่ายหรือพายทวนกระแสน้ำอ่ะ พี่เค้าเลยเอาเชือกยึดไว้ตามจุดต่างๆ เผื่อว่านักท่องเที่ยวเหนื่อย เล่นน้ำสวยๆ เย็นๆ เสร็จก็มีร้านอาหารแถบนั้นนะประมาณ 3 ร้าน เพื่อนๆ ก็สามารถทานอาหารที่นี่ได้เลย บรรยากาศดีมาก ที่สำคัญ น้ำเย็นและใสน่าเล่นสุดๆ ว่าแต่นี่เรามากระบี่วันนี้ทั้งวันกะเอาให้เปียกน้ำกันทุกที่เลยใช่ไหม ใช่ ไม่ต้องสืบ ๕๕๕

หนองทะเลใน

จริงๆ แล้วที่นี่เป็นทีที่ผมอยากมานานมากแล้ว ด้วยภาพดอกจิกสีแดงกับพระอาทิตย์ที่ระเบิดทอแสงยามอัสดงทำให้ที่นี่เหมือนเป็น Magic Hour อีกที่สำหรับการดูวิวหลังพระอาทิตย์ตกดินที่ไม่ควรพลาด ซึ่งช่วงเวลานั้นเราต่างรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเป็นหน้าหนาว แต่ ทำไงล่ะ เราพักแถวนี้พอดี แล้วพรุ่งนี้ตั้องขึ้นเขาหงอนนาค จะไม่มาหรอ ไม่มาก็เสียเที่ยวดิ

ชุมชนหนองทะเลในเนี่ย เป็นกลุ่มชุมชนที่ดูแลและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วยนะ ซึ่งก็จะเป็นหนองใหญ่ๆ หลังโรงเรียนหนองทะเล ถ้ามว่าเล่นน้ำได้ไหม ก็น่าจะได้แหละ แต่ก็เพื่อความปลอดภัย เอาแค่พายคายัคก็พอ สามารถไปเช่าได้กับชุมชน ช่วงเวลาที่น่ามาก็อย่างที่บอกว่าหลังพระอาทิตย์ตกดินหรือช่วงเช้าๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้นใหม่ๆ อารมณ์จะเหมือนปางอุ๋งหน่อยๆ มีหมอกลอยเหนือน้ำ และถือเป็นอีกที่ ที่มี Reflection ของทะเลสาบที่ชัดเจนที่สุด ราวกับอยู่ New Zealand ฝั่งตะวันออกทางเกาะใต้เลย

ผาหงอนนาค

ที่นี่เป็นอีกที่ที่เรียกได้ว่าเป็น Landmark หากมองจากที่ไกลๆ มาที่ภูเขาลูกนี้ เพราะที่เค้าบอกว่าหงอนนาค ก็คือเขาลูกนี้มันเรียงตัวกันหลายๆ ลูกเป็นคลื่น ทำให้เหมือนนาคครับ //ต้องขอโทษที่ไม่มีภาพประกอบ เพราะไม่ได้ไปจุดนั้น แต่ไปบนนั้นเลย ซึ่งตัวผาหงอนนาคเนี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 500 เมตร และมีระยะทางการเดินเพียง 3.7 กิโลเมตร จึงเป็นอีกกิจกรรมที่ไม่ทำให้เสียเวลาสำหรับการเที่ยวมาก หากคุณมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้วเหมือนกับผม เพราะสามารถขึ้นและลงได้ภายในครึ่งวันเท่านั้นแหละ หรือจะอยู่บนนั้นทั้งวันก็ตามใจ แต่เตือนก่อน ว่าร้อนนะยะ ๕๕๕

คือจะบอกว่า… แม้จะเป็นการเดินทางเส้นทางเล็กๆ ระยะใกล้ แต่ระบบนิเวศข้างในก็ไม่ธรรมดาเลยนะ รวมถึงความชัน ที่ไม่คิดว่าจะชันขนาดนี้ด้วย ซึ่งปกติแล้วจากสถิติที่ไปหาข้อมูลมา คนมักจะใช้เวลาขึ้น 2-3 ชั่วโมง และลง 2 ชั่วโมง จะใช้เวลาอยู่บนนั้นราวๆ 30-60 นาทีแค่นั้นแหละ แต่ถามว่าสามารถพักแรกได้ไหม สมัยก่อนอ่ะได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่อนุญาติแล้ว

ก็ทิ้งพ่อกับแม่ไว้ที่ที่พัก แล้วขับรถมากับพี่ตั้งแต่ตอนตีห้าเพื่อมาขึ้นที่นี่ สรุปใช้เวลาขึ้น 2 ชั่วโมง ลงอีก 1 ชั่วโมง จะบอกว่าอย่าไปตาม google map นะ ไม่งั้นหลงเข้าป่ายางเหมือนพวกเราแน่นอน คือต้อง search ไปที่ amari vouge resort krabi จากนั้นขับมาสุดถนนเส้นนั้นเลย ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ ว่า highlight  ก็คือหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผาจุดนี้ สวยและเสียวมากๆ ใครจะถ่ายจุดนี้ก็ต้องระวังกันหน่อย ไม่รู้ว่าหินมันจะหักหรือแตกเมื่อไหร่ อันนี้บอกไม่ได้จริงๆ ๕๕๕๕

ครองหรูด

ครองหรูดเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในเมืองหนองทะเลนั่นแหละ คืออยู่แถบๆ นั้นเลย เป็นทะเลสาบ เป็นสระ หรือเป็นแม่น้ำ หรือเป็นครองอันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่น้ำใสมาก และเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมข้างจนทำให้พืชหรือไม้ยื่นต้นใหญ่ๆ ตายหมด กลายเป็นไม้แข็งหรือบางจุดเป็นหิน ซึ่งครองหรูดนี้เอง จะมีกิจกรรมให้เล่นสไลเดอร์ตรงฝ่ายชุมชน และพายคายัคเข้าไปดูต้นน้ำ ตรงนี้พีคมาก

จากภาพแล้ว พอจะบรรยายความเขียวใสให้เพื่อนๆ ได้เห็นพอเสังเขป ซึ่งการเช่าคายัคที่นี่ จะเสียคนละ 200 บาท พายกันเอง หรือหากต้องการคนช่วยพาย ก็จ่ายคนช่วยพายไปอีก 200 บาท สรุปคือค่าคายัคราวๆ 400 บาทต่อลำ พายไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับทางเข้าเล็กๆ ที่เป็นป่าโกงกาง ไม่ต้องกลัวนะ พายเข้าไปเรื่อยๆ สักหน่อย ก็จะเจอจุดเล่นน้ำจุดนี้ แนะนำให้พกเหนียวไก่มาด้วย รับรองว่าเข้ากับบรรยากาศตอนเล่นน้ำเหนื่อยๆ แน่นอน ๕๕๕๕

เอาจริงที่นี่ก็ยังคงปิดเป็นความลับไม่อยากแพร่งพรายให้ใครรู้สถานที่แห่งนี้เยอะ นี่คือภาพตาน้ำในป่าโกงกางแห่งนี้ ยังไงเพื่อนๆ ลองตามหากันเอาดูเองนะครับ อยู่ในคลองสายนี้แหละ อาจจะน่ากลัวหน่อยเมื่อเข้าไปถึง แต่ก็คุ้มสุดๆ กับความสวยงามในนั้น ถ้ามองจากำาพจะเห็นได้เลยว่า มันใสจนเป็นสีดำไปถึงพื้นดินใต้น้ำเลยล่ะ… เป็นอีกที่ที่ผมชอบมากๆ

Hub Cafe

ขอแถมคาเฟ่และร้านอาหารทางผ่านก่อนกลับสนามบินไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยเลยแล้วกัน ที่นี่เป็นอีกที่ที่เรียกได้ว่าวิวสวย เหมาะสมกับกระบี่สุดๆ ด้วยการตกแต่งที่ดูโมเดิร์นผสมกับลายไม้ที่เข้ากับบรรยากาศเขาด้านหลัง จึงทำให้ที่นี่เป็นจุด check in ที่หนึ่งที่ในกระบี่ที่คนมาเยอะมากๆ รวมถึงอาหารของที่นี่ก็อร่อยไม่แพ้ความสวยของร้าน มีอาหารหลากหลายเมนูในแบบ fusion รวมถึงของหวานและเครื่องดื่มด้วย

หน้าตาก็จะประมาณนี้แหละ เป็นยังไงกันบ้าง กระบี่สองวันหนึ่งคืนแบบนี้พอเอาอยู่ไหม ขอบอกก่อนเลยว่ากฏของกระบี่แลนด์มาร์คสีเขียวทริปนี้คือเราจะไม่ลงทะเล เพราะหน้าฝน การลงทะเลถือเป็นอะไรที่ผิดมาก นอกจากจะเจอทะเลที่ไม่สวยแล้ว ยังต้องเสี่ยงต่อลมฝนและพายุอีกด้วย ฉะนั้นกระบี่หน้าฝนในแลนด์มาร์คเขียวๆ แบบนี้ จึงเป็นของคู่กันสุดๆ จริงๆ แล้วมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวเยอะกว่านี้นะ แต่ก็นั่นแหละ ด้วยวันและเวลาที่อยากจะพาวัยทำงานอย่างเราๆ ได้ตามกันไป เลยต้องใช้แผนนี้ แต่หากเพื่อนๆ อยากจะรู้ว่ามีที่ไหนเพิ่ม ลองเข้ารีวิวอีกตัวของไมดู เพราะอันนี้ใช้เวลา 3 วันเลย น่าจะทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นความต่างของสถานที่และการเดินทางได้ https://www.palapilii-thailand.com/archives/9233 แต่เอาล่ะ สำหรับทริปนี้ก็จบอย่างสวยงาม พ่อแม่แฮปปี้ พี่สาวดีใจ แล้วเจอกันระหว่างทางครับผม : )

:: FOLLOW US ::

Youtube : https://goo.gl/rVqoVe
Fan Page : https://goo.gl/kDE9eh
Facebook : https://goo.gl/S42XZq
Instagram : https://goo.gl/60tM0B
Twitter : https://goo.gl/wx2I34
Pinterest : https://goo.gl/P1FsxN
Google+ : https://goo.gl/uQrGS9
Website : http://www.palapilii.com/

#palapilii
#wanderlust
#YOLO

Print Friendly, PDF & Email

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *