[PALAPILII X MODE SATORN] พักร้างสร้างความสุข กลางกรุงเทพมหานครฯ

image

สวัสดีครับเพื่อนๆ บางครั้งบางที ร่างกายพังๆ ของ Backpacker อย่างเรา ก็ควรที่จะวางเป้หนักๆ มาพักร้างกายเพลียๆ หัวใจช้ำๆ ในสถานที่ดีๆ บ้าง วันนี้ไมจะพาเพื่อนๆ มานอนพักร่างที่ Mode Sathorn Hostel ครับ โรงแรมกลางกรุงที่ราคา Backpacker อย่างเรา สามารถเอื้อมถึงได้อย่างไม่ยาก

image

Mold Sathorn ก็อยู่แถวสาธรครับ เดินทางสะดวกมากโดยการนั่ง BTS มาลงสถานีสุรศักดิ์ จากนั่นก็หาตึกสีม่วงๆ มีตึกเดียว นั่นแหละ Mode Sathorn เพื่อนก็เดินเข้าไป Check in ได้ทุกเวลาเลย เพราะ Reception ที่นี่ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ เรามาดู Service คร่าวๆ ของที่นี่กันดีกว่าว่ามีอะไรมาให้เพื่อนๆ เล่นบ้าง ที่เด่นๆ ก็จะมีชั้น 11 ครับ Heated Door Swimming Pool เป็นสระว่างน้ำที่มีวิวชมเมืองกรุงเทพมหานคร เหมาะที่จะไปนั่งชิลๆ จิบ Cocktail บางๆ นั่ง relax กับกลางเมืองที่วุ่นวายแบบนี้

image

สำหรับใครที่ชอบออกกำลังกาย ก็จะมี Gym ให้ครับ เรื่องเวลาผมไม่มั่นใจเท่าไหร่ เพราะตอนไปนอนตายอยู่บนเตียงอย่างเดียวเลย เตียงนุ่มมาก และทีเด็ดที่สุดของที่นี่ที่ผมจะแนะนำก็คือ SPA SUANA ครับ พีคมากกกกก ราคาสำหรับฝรั่งราวๆ 3,000 กว่าบาท (รวม TAX) แต่ของคนไทย ตกที่ประมาณ 1,400 บาทครับ นวดน้ำมันราวๆ 1 ชั่วโมง แต่หลับไหลยาวนานยังกะ 1 วัน พีคมาก ชอบมากกกกกก ตัวนี้ Recommend เลย

S__16719893

image

คือเหมือนตอนไปถึง SPA เค้าก็จะให้เราทดสอบกลิ่นน้ำมันก่อนครับ ว่าเราอยากได้กลิ่นน้ำมันที่จะมาเทราดนาบนวดบนร่างเรากลิ่นไหน มีอยู่ 4 ตัวด้วยกัน เราก็เลือกตัวที่คิดว่าหอม และเหมาะแก่ความปวดเมื่อยเหนื่อยหล้าของเราให้มากที่สุดครับ แต่โดยส่วนตัวผม ผมเอากลิ่นหอม Support ความ relax ของตัวเองก่อนแล้ว กัน จากนั้นเค้าก็จะให้เราเข้าไปในห้องนวด ล้างเท้า เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ขึ้นเขียงนวดกันยาวๆ ไปเลย

image

มาพูดถึงเรื่องห้องพักกันบ้าง ที่นี่ก็จะมีห้องพักหลายแบบครับ ไล่ไปตั้งแต่ Business Studio, Deluxe Mode Room, Executive Mode, One Bed Room Suit, Two Bed Room Suite จนไปถึง Presidential Suite ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันออกไปตามความงามครับ

image

image

image

image

แต่เหมือนช่วงนี้ทาง Mode Sathorn Hotel มี Offer น่าสนใจให้กับลูกค้าเยอะเหมือนกันนะครับ อย่างที่เห็นผ่านๆ และราคาน่าโดน ก็จะมี Business Mode Package ราคา 2,900 บาท และ Savy Mode Package ราคา 2,500 บาท ยังไงเพื่อนๆ ลองเข้าไปดู Promotion Offer เพิ่มเติมด้วยตัวเองได้ที่นี่เลย : http://www.modesathorn.com/offers/

image

จุดเด่นของที่นี่อีกอย่างคือ Roof Top Dinner ครับ ที่นี่จะจัดบริเวณ Roof Top ชั้น 38 ให้เป็นร้านอาหารและ Cafe เล็กๆ ให้เพื่อนๆ ได้พาแฟนหรือก๊วนมาสร้างความสุขกันข้างบนกับวิวกรุงเทพมหานครยามราตรี ราคาก็สมเหตุสมผล ไม่ถูกไม่แพงจนเกินไปสำหรับวิว อาหาร และการบริการแบบนี้

image

image

image

image

สำหรับคืนนี้ เราเลือก SET Menu สำหรับ 2 คนครับ ราคาจะอยู่ที่ 1,900 บาท (ยังไม่รวม TAX) ก็จะมีอาหารให้เลือกประมาณ 4 อย่าง จะมี Amuse Bauche – Starter – Main และจบท้ายด้วย Dessert ครับ จำชื่อไม่ได้แล้ว ว่าสั่งอะไรมาบ้าง แต่อาหารรสชาติเยี่ยมครับ โดยเฉพาะช่วง Main แซลมอนหอมมั๊ก อร๊ยย > < image

image

image

image

image

เสร็จจาก Dinner ชิคๆ ก็มีนัดกับเพื่อนที่ข้าวสารครับ ข้าวสารเป็นอีกสถานที่สิ้นคิดที่หนึ่งของผมเลย ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็จะโทรชวนเพื่อนไปข้าวสาร ถามว่ามีเหตุผลอะไร ทำไมถึงไปข้าวสารบ่อยจัง หลักๆ เลยเพราะเพื่อนใหม่ครับ ทุกครั้งที่ไปข้าวสาร เราจะได้เพื่อนต่างชาติ ได้ทำความรู้จักกันครับ เผื่อโอกาสข้างหน้าได้ไปเที่ยวบ้านเค้า จะได้ให้เค้าพาไปเที่ยวไง ฮาๆๆ

image

เมื่อคืนกลับมาราวๆ ตีสาม ร่างพังมาก และยิ่งได้มานอนบนเตียงนุ่มๆ ละก็ สลบยังก็โดนบล๊อคหลังเตรียมผาตัดไส้ติ่งเลยล่ะ เค้าบอกว่า แรงดึงดูดของโลกมีค่าราวๆ 9.81 kg/s^2 ใช่ป่าว งั้นเตียงของ Mode Sathorn คงมีค่าราวๆ 2 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลกครับ จะยกตัวเองให้ลุกออกจากเตียงยังไงก็แทบจะลุกไม่ขึ้น ฮาๆๆ

S__16719890

เอาล่ะ… แต่ยังไงก็ต้องลุกไปทานอาหารเช้าครับ อาหารเช้าคือ Main หลักของทุกสิ่งตลอดทั้งวันของเรา กดลิฟท์ลงไปชั้น 10 ก็จะเจอห้องอาหารที่ค่อนข้างใหญ่มากๆ อาหารที่จัดสรรค์มาให้ก็คล้ายกับโรงแรมสี่หรือห้าดาวทั่วไป แต่ผมดันไปชอบ ไก่นึ่งของทางโรงแรมมาก เบิ้ลไปตั้งสองรอบแหน่ะ ฮาๆ

image

image

image

image

เมื่อคืนมี wine เหลือครับ เลยกะจะขึ้นไปแช่อ่างชิลๆ ก่อน Check out ซะหน่อย จริงๆ มันก็ดีนะ พักหรูๆ เหมือนชาวบ้านบ้าง หาโอกาสดีๆ เอาร่างพังๆ ที่ทุกจันทร์ถึงศุกรย์อยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์มาใช้ชีวิต Slow life ที่แท้จริง ให้ร่างมันพักสบายๆ บ้าง ก็คงไม่มีอะไรเสียหาย โดยส่วนตัวแล้วผมชอบที่นี่ครับ

image

ในส่วนค่าใช้จ่ายของผมในคืนนั้น ก็จะมี 

ห้องพัก Urban Stylish Deluxe room คืนละ 7200 ++ ( THB 8474.40)

สปา Pure So Swift Massage 60 mins ปกติ 2700++ (THB 3177.90) สำหรับ 1 ท่าน

**แต่ตอนนี้มีโปรโมชั่นสำหรับคนไทยเท่านั้น จะได้ลดเหลือ 1200 ++ (THB 1412.40)**

The Roof @38th Bar: set menu สำหรับ 2 ท่าน 1900++ (THB 2236.30) + special complimetary sparkling wine ขวดละ 1750 บาท

ราคาพักร้างรวมอยู่ที่ราวๆ 15,000 บาท ครับ

เป็นยังไงกันบ้าง หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ idea การใช้ชีวิต Slow life อย่างผมบ้างนะ ถ้ามีโอกาสคงกลับไปพักอีกล่ะ แต่ตอนนี้คงต้องเตรียมตัว Backpack ไปเลห์ – ลาดาร์ค ประเทศอินเดียในช่วงหยุดสงกรานต์นี้แล้ว ยังไงจะรีบกลับมารีวิวให้ฟังในบทความหน้านะครับ

ขอบคุณครับ

image

Print Friendly, PDF & Email

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *