ไม่คิดเลย… ว่ากาญจนบุรีจะมีอะไรแบบนี้

ไม่คิดเลย… ว่ากาญจนบุรีจะมีอะไรแบบนี้

เดินทางมาหลายที่ต่างถิ่น จนเริ่มชินกับการนั่งรถตกเครื่องบินไปเสียแล้ว ฮาๆ วันนี้วันหยุดอีกแล้วสินะ เราเล็งหาที่พักผ่อนกันอีกครั้ง หยุดวันสองวันแบบนี้คงไปไหนไกลไม่ได้ ก็หาที่พักผ่อนที่มันใกล้ๆ นี่แหละ…

ทริปนี้เราเดินทางไปกาญจนบุรีครับ  ที่วางแผนไว้คือกะจะขับรถไปเอง ไปพักที่โรงแรมใกล้ๆ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แล้วเดี๋ยวคอยสอบถามสถานที่ท่องเที่ยวแถวนั้นกับทางโรงแรมอีกทีหนึ่ง ขับรถจากกรุงเทพไปกาญจนบุรี คิดว่าสองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะถึง ไม่นานนัก ก็มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควครับ จอดรถ แวะถ่ายรูปให้รู้ว่ามาถึงกาญจนบุรีเสียหน่อย ก่อนที่จะหาอะไรทานแถวๆ นั้น จริงๆ แล้วบริเวณนี้ช่วงที่ผมมาครั้งแรกเนี่ย ก็ตั้งแต่ตอนผมอยู่ ป.สี่ เลย คือมันไม่เปลี่ยนแปลงเลยอ่ะ ทุกอย่างเหมือนเดิม ร้านค้า ผู้คน สิ่งแวดล้อม ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด มีทั้งไทยและเทศประปราย ก็เพราะสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ไทยเราอนุญาตให้ญ่ปุ่นใช้เส้นทางนี้ในการขนส่งคน เสบียง อาวุธต่างๆ นาๆ เพื่อผ่านเข้าไปสู่ด่านเจดีย์สามองค์ฝั่งพม่านั่นเอง แล้วสะพานแห่งนี้ ก็เป็นชาวญี่ปุ่น ที่เป็นคนสร้างทิ้งไว้

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้มีทหารหลากหลายชาติเสียชีวิตบนแผ่นดินไทยครับ จึงมีสุสานสงครามโลกครั้งที่สองตั้งขึ้นไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว แต่เราก็ไม่ได้ไปหรอก เพราะเคยมาบ่อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเพื่อนๆ อยากเห็น ว่าสุสานสงครามโลกครั้งที่สองบรรยากาศนั้นเป็นอย่างไร อยากให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองนะ…

ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว ก็ถึงที่พักแล้วครับ วันนี้เรามาหย่อนร่างพรางใจกันที่ U Inchantree Hotel Kanchanaburi ครับ เป็นโรงแรมที่ออกแบบมาให้เข้ากับประวัติศาสตร์ของสะพานมอญให้ได้มากที่ส…สัส! สะพานข้ามแม่น้ำแควเว้ย เอออๆๆๆ  นั่นแหละ คือบรรยกากาศเหมือนย้อนกลับไปในสมัยนั้นจริงๆ อาคารและตึกดูธรรมดามาก แต่ดูแฝงไปด้วยเรื่องราวอะไรไม่รู้ มองเผินก็เหมือนพิพิธภัณฑ์โฮจิมนต์ที่ฮานอยยังไงอย่างงั้น

บรรยากาศรอบข้างก็ติดกับแม่น้ำแควครับ แล้วอยู่ตรงเวิ้งโค้งรอบนอกตรงตะวันตกพอดี มีสระว่ายน้ำ มีที่นอนอาบแดด มีสปาให้ได้พักผ่อนกันคูลๆ แล้วดูดิ ที่นอนเค้านั่นสมชื่อของเครือยูจริงๆ

เพิ่งจะทานข้าวเช้าไป ข้าวเทียงก็ต้องมาครับ อย่างว่า เวลาเที่ยวจะมีนิสัยชอบลองอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม สิ่งน่าสนใจ อะไรแปลกๆ ทำหมด รวมไปถึงอาหารด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่ ก็รถชาติได้เรื่องพอตัว

พี่ๆ ที่ Reception แนะนำโปรแกรมมาให้เราในช่วงบ่ายครับ นั่นคือการล่องแพ แต่ไม่ใช่แพตื้ดชื่อดังอย่างที่เข้าใจในภาพพนน์ของจังหวัดนี้นะครับ ขับไปเรื่อยๆ ไปทางถ้ำกระแซ แถบๆ ทางรถไฟมรณะ ราวๆ ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงแล้วครับ กิจกรรมของบ่ายวันนี้คือ ทิ้งรักลงแม่น้ำ ฮาๆๆ ทิ้งยังไงวะ ไปดูกัน

หลังจากใส่ชูชีพ ถอดรองเท้าอะไรกันเสร็จเรียบร้อย อะไรที่มีค่าก็ฝากไว้กับพี่ๆ พนักงานครับ เราจะเช่าแพลำหนึ่งเพื่อให้พี่ๆ เค้าพาเรานั่งแพแล้วใช้เรือยนต์ลากเราทวนน้ำขึ้นไปราวๆ 2 กิโลเมตร จากนั้น เค้าก็จะทิ้งเราลงกลางแม่น้ำแควนั่นแหล แล้วให้เราไหลมากับกระแสของน้ำจนถึงจุดเริ่มต้น ราคาแพเหมาลำแค่ 1,500 บาทเองครับ ไปสิบคนก็ตกคนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบนะกิจกรรมแบบนี้ แต่มันยังไม่สุด ถ้าเป็นไม่ได้ก็อยากจะให้เค้าเอาไปปล่อยสัก 10-15 กิโลเมตรเลย จะได้ลอยเหนือน้ำนานๆ มีห่วงยางได้ก็จะดี และมีเบียร์อุ่นๆ รสชาตินุ่มๆ จิบไปกับเสียงสายน้ำไหลแผ่วเบาๆ แม่งเอ้ยยย อยู่ได้ทั้งวันอ่ะ บอกเลย

เสร็จนากตรงนั้น ก็ไม่ลืมที่จะไปเดิน และชมทางรถไฟสายมรณะครับ ก็แน่นอนว่าเป็นเส้นเดียวกันกับสะพานข้ามแม่น้ำแควนั้นแหละ มีเรื่องราวมากมายอยู่ที่นี่นะ แต่รางรถไฟก็ยังใช้ได้อยู่ดี เป็นอีกจุดที่สวยงามพอสมควร เดินไปหน่อย ก็จะเป็นถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่ง ชื่อถ้ำกระแซ

ถ้ำกระแสเนี่ยจะมีพระประดิษฐ์สถานอยู่ครับ แล้วก็จะมีเซียมซีให้เราได้รักษาหัวใจและชีวิตของเราด้วย ใครที่ได้มาเซียมซีที่นี่เนี่ย จะต้องเริ่มจากการเลือกชุดเซียมซีก่อน จากนั้นก็ค่อยเขย่า เขย่าจนเซียมซีตกมาหนึ่งก้าน ซึ่งจังหวะเขย่าของเซียมซีในถ้ำกระแซเนี่ย ยากมากกกก //ส่วนตัวชัดๆ กุเขย่าทีไร ตกมาสองสามอัน ไม่ก็ตกมาทั้งชุดตลอด ฮาๆ พอได้เบอร์หมายเลขก็เดินไปที่บอร์ดแล้วอ่านเลยครับ ไม่มีใบกระดาษกลับบ้านมาให้เหมือนที่อื่น

กลับมาที่ที่พัก เราจองโซน Dinner ไว้ตรงระเบียงครับ คือจะต้องบอกว่าจุดนี้เป็นที่ชมดวงอาทิตย์ตกที่พีคและสมบูรณ์ที่สุดของที่นี่แล้ว หากมีโอกาสไปที่ U Chantree Hotel อย่าได้ลืมจองโซน Dinner ไว้ที่ Terrace นะครับ ไม่อยากให้พลาดช็อตเด็ดไป และนี่คือภาพบรรยากาศก่อนที่ตะวันจะลับลา

ช่วงดึกเราทานข้าวกัน แล้วคุยสัพเพเหระกันมากๆ คุยกันเพลินจนไม่คิดว่าจะถึงเที่ยงคืน สุดท้ายแล้วก็ต้องชวนกันไปพักผ่อน เพราะวันนี้เราเหนื่อยกันมาทั้งวัน ต้องขอชมอาหารเย็นของที่นี่ด้วย อร่อยเหลือเกิน สั่งมากันยังไงก็ทานหมด และที่ชอบสุดๆ คือเมนูปิดท้าย ข้าวเหนียวทุเรียนยูจันทรี อิอิ ละมุนเว่อร์!!!

สวัสดีตอนเช้า ตื่นให้มันสายๆ ให้มันคุ้มกับเตียงดูดวิญญาณที่นี่ไปเลย แต่จะสายได้เท่าไหร่กันเชียว ก็ต้องไป Breakfast แล้วก็เล่นน้ำกันสักหน่อย อาหารเช้าของที่นี่ถ้าจะให้ผมแนะนำคงเป็นอาหารไทยครับ เพราะเป็นอาหารไทยแบบพิถีพิถันอัพเกรดเชื้อชาติมากๆ

หลังจากที่เช็คเอ้าท์ พี่พนักงานก็แนะนำอีกสถานที่หนึ่งก่อนกลับบ้านให้เราครับ แต่นี่แหละที่เป็นประเด็น ไม่คิดเลย… ว่ากาญจนบุรีจะเป็นแบบนี้ ให้ตายเถอะ รีบไปกัน…

ขับรถตรงไปบ่อพลอยราวๆ หนึ่งชั่วโมง ก็จะเป็นป้ายซาฟารีขนาดใหญ่พอสังเกตได้ครับ เป็นซาฟารีที่เปิดมานานแล้วแต่ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันมีแบบนี้ด้วยหรอ คือค่าเข้าคนไทยก็ 200 บาทต่อคนครับ สามารถเอารถเราขับเข้าไปได้เลย แต่แนะนำให้นั่งรถบัสของทางซาฟารีครับ และแนะนำว่า ก่อนไปควรซื้ออาหารฟีดให้สัตว์ด้วยสัก 300 บาท

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย มาดูว่ามันมีความพิเศษอย่างไร คือมันจะเป็นแบบนี้ พนักงานเค้าจะให้เราเข้าไปพร้อมกับบัสที่ไม่ปิดกระจกรถครับ คือเปิดไว้แบบนั้นแหละ ก็จะแบ่งไปแต่ละโซนๆ ซึ่งก็เริ่มที่กวาง หมี แล้วก็อะไรไม่รู้ผมจำไม่ได้ได้ แต่ที่เสียวๆ ก็จะจะมีเสือกับสิงโตครับ พนักงานบอกว่ามันใจดี ไม่เป็นไร โผล่หัวออกไปก็ได้ ให้ตายเถอะ เสือดาวก็มี

แต่ที่พีคสุดๆ คงเห็นจะเป็นโซนสุดท้ายครับ “ ยี ราฟ “ เหมือนสัตว์ทุกตัวที่นี่มันรู้งานครับ โซนยีราฟกับม้าลายเนี่ย พอเราขับไปถึงแค่หน้าประตูทางเข้า เค้าเดินมารอกันเต็มเลย แล้วระหว่างที่ขับรถเข้าไปในโซนเค้า คือเค้ายื่นหัวเข้ามายั้วเยี่ยเต็มไปหมด วอทเดอะฟาคคคคคค คือกลัวก็กลัว ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องกรี๊ด //กุกรี๊ดจริงๆ ฮาๆๆๆ

นั่นแหละครับ คือมันพีคมาก ไม่คิดว่ากาญจนบุรีจะมีอะไรแบบนี้อยู่ สนุกมากกก มากจริงๆ แต่ก็นะ สภาพอากาศมันค่อนข้างร้อน บางทีก็สงสารพวกมัน คงร้อนหน้าดู เสร็จจากนั้นบัสก็จะพาเราขับไปดูการแสดงจระเข้ครับ แต่เราไม่ไหวแล้ว เราต้องรีบกลับบ้าน ก็เลยกลับสินใจกลับไปพร้อมภาพความประทับใจกับโซนยีราฟของซาฟารีที่นี่นี่แหละ ฮาๆๆ

เป็นอย่างไรกันบ้าง คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงไม่รู้สินะ ว่ากาญจนบุรีก็มีกิจกรรมแบบนี้ๆ อยู่ เอาล่ะ หวังว่าจะเป็นไกด์ไลน์ในการหยุดพักผ่อนของเพื่อนๆ ใน่ช่วงเสาร์อาทิตย์นี้ได้ไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันระหว่างทางครับ : )

:: follow us ::

Youtube : https://goo.gl/rVqoVe
Fan Page : https://goo.gl/kDE9eh
Facebook : https://goo.gl/S42XZq
Instagram : https://goo.gl/60tM0B
Twitter : https://goo.gl/wx2I34
Pinterest : https://goo.gl/P1FsxN
Google+ : https://goo.gl/uQrGS9
Website : http://www.palapilii.com/

#palapilii
#wanderlust
#YOLO

Print Friendly, PDF & Email

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *