Backpack โฮจิมินห์ – ดาลัท – มุยเน่ ด้วยเงิน 5,000 บาท

Backpack โฮจิมินห์ – ดาลัท – มุยเน่ ด้วยเงิน 5,000 บาท

:: การเดินทางที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วไปค้นหาเรื่องราวระหว่างทางเอาข้างหน้า นั้นเป็นอะไรที่สนุก ดิบ และเถื่อนดี
มันอาจจะทำให้เราไปไม่ครบทุกที่ แต่ก็ได้วิถีแปลกใหม่มาแลกกัน แบกเป้ใส่หลัง แล้วทุกอย่างไว้คุยกันหน้างาน

reviewed by https://www.facebook.com/PalapiliiThailand

แผนการเดินทาง


(สามารถนำไปใช้ได้จริงครับ ทริปนี้ใช้เวลา 3 คืน 3 วัน ก็เพียงพอแล้ว)

DAY 1

15.30 : บินจากไทยสู่เวียดนาม (โฮจิมินห์)
18.00 : เดินทางออกจากสนามบินไป “ฟาหงุเหลา” เพื่อหาตั๋วไปดาลัท
19.00 : ชิวเอ้าท์ที่ดาวน์ทาวน์ ฟาหงุเหลา
23.00 : เดินทางไปดาลัท

DAY 2

05.30 : ถึงดาลัท แล้วหาวิธีไปย่านใจกลางเมือง แนะนำ Taxi
06.30 : เดินตลาดเช้า ชมเมืองที่เรียกว่า เมืองน้องสวิสเซอร์แลนด์
07.30 : หาพี่พัก และหามอเตอร์ไซต์เช่า
09.00 : เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เราอยากจะไป ทำอะไรที่เราอยากจะทำ มีเวลา 1 วันเต็มในดาลัท
17.30 : หา Agency ซื้อตั๋วรถไป มุยเน่วันพรุ่งนี้ตอนเช้า
18.00 : กลับมาที่ย่านดาวน์ทาวน์ ถนนคนเดินดาลัท (มาดาลัทต้องกินหอย)
20.00 : นอนสลบคาห้อง

DAY 3

07.00 : รถมารับไปมุยเน่
12.00 : ถึงมุยเน่ หา Half Day Package เที่ยวมุยเน่ห์ครึ่งวัน และซื้อตั๋วกลับ Hochimin คืนวันนั้นเลย
14.00 : รถ JEEP มารับ แล้ว Run Half Day Trip
18.00 : รถกลับมาส่งเราตามทีที่เราอยากให้เค้าไปส่ง
23.00 : เดินทางกลับ โฮจิมินห์ ใช้เวลา 6 ชั่วโมง

DAY 4

05.00 : ถึง โฮจิมินห์ ศึกษาหาสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมือง
08.00 : เริ่มเดินทัวร์เมืองไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ มีเวลา 4 ชั่วโมง ก็เพียงพอ โดยการเดิน
11.00 : กลับไปสนามบิน
13.20 : บินกลับประเทศไทย

:: การเดินทางคร่าวๆ ของเราจะเป็นประมาณนี้นะครับ สำหรับสถานที่ต่างๆ ลงไปดูข้างล่างกันต่อเลย : )

สวัสดี โฮจิมินห์

:: จากประเทศไทย ข้ามมาแผ่นดินเวียดนามไม่ถึงสองชั่วโมง ทุกครั้งที่เดินทาง ไม่ว่าจะด้วยพาหนะแบบไหน ผมมักจะเลือกที่นั่งติดหน้าต่างเสมอ มันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อวิวข้างนอกหน้าต่างมันดูเหมือนเคลื่อนที่ไป แต่ทั้งที่ตัวและใจเรากลับเคลื่อนไหวเอง ข้างล่างนั้นคือ เมืองหลวงเก่าเวียดนาม นามว่า “โ ฮ จิ มิ น ห์”

:: เอาหล่ะ ถ้าอ่านมาถึงตอนนี้ เท้าของเพื่อนๆ คงมาแตะพื้นดินเวียดนามพร้อมๆ กับเราแล้วสินะ ต่อจากนี้จะมีแต่เนื้อเน้นๆ ข้อมูลเต็มๆ อาจจะมีเรื่องราวจากเราบ้าง ยังไงก็ขอให้สนุกกันนะครับ เมื่อเดินออกมาจากสนามบิน ให้รีบหา TAXI เลย ไม่ต้องงกรอรถเมย์หรือรถบัส โบก TAXI ไปเลย บอกเค้าไป “ฟาหงุเหลา” (Pham ngu hao) จาก Airport ไป Pham ngu hao ราคา TAXI ประมาณ 100,000 VND

*** 20,000 VND = 30 บาท = 1 US dollar ***

:: เมื่อมาถึงย่านฟาหงุเหลา ให้รีบหาตั๋ว Sleeping Bus จาก โฮจิมินห์ ไป ดาลัท รอบรถมีทุก 1 ชั่วโมงครับ ให้เลือกรอบดึกๆ หน่อย จะได้ไปเช้าที่ดาลัทเลย จากโฮจิมินห์ ไปดาลัท ใช้เวลาราวๆ 7 ชั่วโมงครับ ก็ลองคำนวณเวลากันดู ว่าอยากไปถึงดาลัทกี่โมง และสะดวกออกจากโฮจิมินห์ตอนไหน ราคาตั๋วจะอยู่ที่ 230,000 VND ห้ามเกินนี้ : )

*** โฮจิมินห์ ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไซ กอน” (Sai gon) ***

:: จุดซื้อตั๋วในแผนที่คือ FUTA Bus Line นะครับ ดูจะเป็นบริษัทที่ดีที่สุด และใหญ่ที่สุดแล้ว ราคาตั๋วอยู่ที่ 230,000 VND ในรถเป็น Sleeping Bus เอนนอนยาวได้ทั้งลำตัว ที่สำคัญ Free Wifi ครับ : )

:: เมื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาเดินเล่นกันครับ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นกระทู้ ว่าเราไม่ได้ศึกษาอะไรมาทั้งนั้น สิ่งที่เอามารีวิว คือสิ่งที่ตัวเองเจอเองล้วนๆ บวกกับหาข้อมูลตามสถานที่ที่มี Free WIFI และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทริปนี้ คือเราใช้ปากถามครับ ๕๕๕ อยากรู้อะไรถามเลย แต่พอจะเคยได้ยินมาว่า ถ้ามาโฮจิมินห์ ต้องมานั่งกินเนื้อย่างเก้าอี้ซักผ้าครับ (ห้ามพลาด) คือเราก็เห็นแล้วแหละ แต่คนเยอะมากๆ ก็เลยไม่เข้าไป เลยจบด้วยการกิน “เฝ๋อ”

:: เรามีเวลาเหลืออยู่ราวๆ 3 – 4 ชั่วโมง เลยอยากจะหาที่นิ่งชิลล์รอรถ เดินไปเดินมาก็ได้เรื่องครับ สถานที่แห่งนี้คือถนน Bui Vein มันเป็นประมาณถนนข้าวสารบ้านเราเลยหล่ะ แต่ที่นั่งจะเป็นประมาณเก้าอี้ซักผ้า คนนั่งเยอะและแน่นมาก ราคาเบียก็ถูกมากเหลือเกิน ขวดหนึ่งราวๆ 10,000 – 20,000 VND คือราคาอยู่ที่ประมาณ 20 – 30 บาทครับ ไปทั้งทีก็ต้องกินเบียร์ของเค้าครับ นั่นคือ เบียร์ “SAI GON”

:: รถจักรยานขายปลาหมึกย่างมีตามท้องถนนทั่วไปครับ ราคาผมไม่รู้นะ ไม่ได้ลองเลย แต่ขอการันตีว่า สาวเวียดนาม เด็ดครับ > < เมื่อใกล้ถึงเวลาเราก็ไปรออยู่ตรงบริเวณ FUTA BUS LINE Station (ตามแผนที่) เพื่อรอขึ้นรถไปดาลัทกันครับ ชีวิตในช่วงวันแรก ดูเรื่อยๆ ยังไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ จากนี้ต่อไป เราจะเดินทางไปเมืองสวิสเซอร์แลนด์เวียดนาม นามว่า "ดาลัท"

สรุปค่าใช้จ่ายวันแรก

– ค่าเครื่องบินไปกลับ คนละ 3,100 บาท
– ค่า TAXI ไปฟาหงุเหลา 100,000 VND (หารสาม) ตกคนละ 50 บาท
– ค่ากินเฝ๋อ ชามละ 20,000 VND = 30 บาท
– ค่าเบียร์ คนละขวด ขวดละ 15,000 VND = 24 บาท
– ค่ารถไป ดาลัท ตั๋วละ 230,000 VND = 360 บาท

::: รวมค่าใช้จ่ายวันแรกวันเดียว เป็นเงิน 3,564 บาท :::

สวิสเซอร์แลนด์เวียดนาม

:: เค้าไม่ได้โกหกเราจริงๆ ครับ จากอุณหภูมิสามสิบกว่าองศาที่โฮจิมินห์ มาดิ้นหนาวตายที่ดาลัท พอลงมาจากรถเห็นปายอุณหภูมิที่สิบองศาปลายๆ ถึงกับงงเลยครับ ไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมา เอาเสื้อผ้ามาแค่สองชุด เมืองเค้าบรรยากาศดีจริงๆ และก็อากาศเย็นตลอดปีด้วย เมื่อลงมาถึงสถานทีขนส่งดาลัท ก็หา TAXI ไปตัวกลางเมืองเลยครับ ราคา TAXI จากสถานีขนส่งฯ ไป Center City ราคาประมาณ 30,000 VND เท่านั้น นั่งไปเถอะ

:: พอมาถึง เราก็เดินหามอเตอร์ไซต์เช่า ละก็ที่พักครับ แต่จุดที่ TAXI ไปส่ง เป็นตลาดเช้าพอดี ก็เลยเดินดูเมือง หาของกิน และก็หาที่พักไปในตัวครับ

*** TAXI เวียดนามไว้ใจได้ครับ ราคาเริ่มต้นจะแปรผันตามขนาดรถ เล็ก เริ่มต้นที่ 5,000 VND กลาง 8,000 VND และใหญ่ 12,000 VND ***

:: เดินไปเดินมาไม่เจอที่พักครับ หายังไงก็ไม่เจอ เลยถามคนแถวนั้น ก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้ ถ้าจะขอความช่วยเหลือ ต้องเข้าไปหาหนุ่มๆ สาวๆ ครับ เค้าน่าจะพอสื่อสารได้บ้าง เค้าก็บอกเราว่าถ้าจะหาที่พักให้ข้ามสะพานไป เราก็เดินมุ่งหน้าไปครับ เจอที่แรกก็จอดและถามราคา เข้าไปดูในห้องก็โอเค ถามว่าราคาเท่าไหร่ ยิ่งโอเคเข้าไปใหญ่ สำหรับห้องด้านล่างนี้ ราคา 500,000 VND เท่านั้นครับ

:: เราเห็นเค้ามีมอเตอร์ไซต์ให้เช่า ก็เลยถามราคาว่าจะได้ราคาเท่าไหร่ เค้าบอก 150,000 VND ก็เลยต่อเหลือ 120,000 VND จริงๆ เห็นข้างนอก 90,000 VND นะ แต่ขี้เกียจเดินออกไปแล้ว ก็เลยเอากับเจ้าของที่พักนี่แหละ เวลาจะคืนรถ จะได้ไม่ต้องเดินไปไหน กลับมาที่พักได้เลยอะไรประมาณนั้น ช่วงที่เราอยู่ Home Stay ก็ทำงานกันครับ ใช้ wifi หาข้อมูลท่องเที่ยวดาลัท และมุยเน่ รอเลย เช็คราคาของต่างๆ รวมถึงสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เช็คไปได้ไม่ถึง 5 นาที ก็นอนหลับกันครับ ๕๕๕

:: ตื่นมาอีกที ก็ปาไป 9 โมงเช้าครับ อ่อ ลืมบอกครับ เราพักกันที่ Dan Chi ให้เอา Dan Chi เป็นจุด Start ของทุกที่ที่เราจะไปแล้วกันนะครับ ดูตามแผนที่เลยนะ และนี่ สำหรับในตัวเมือง ใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง ก็น่าจะเก็บครบหมดทุกจุดครับ บางทีเราก็ไป บางทีก็ขี้เกียจไป ขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วนๆ ครับ แต่ผมก็จะรวบรวมให้ ว่าภายในเมืองดาลัด เพื่อนๆ ควรไปที่ไหนบ้าง

1. เครซี่เฮ้าส์ (Crazy House)

:: Crazy House จะเป็นอารมณ์ประมาณว่า สร้างมาเพื่อให้ตัวเองดูแปลก ก็คือคล้ายๆ กับเป็นบ้านยกษ์ บ้านอะไรประมาณนั้นแหละ ซึ่งถ้าเกิดไม่มายก็ลองเข้าไปชมความงามข้างในได้ ที่นี่เปิดบริการที่พักด้วยนะ ก็คือเข้าไปพักที่นั้นเลยแหละ นอนค้างคืนได้ ตัวห้องก็พร้อมใช้งานมากๆ ไม่รู้ว่าราคาห้องคืนละเท่าไหร่ แต่ค่าเข้าชมเสียคนละ 40,000 VND ครับ

2. สวนดอกไม้เมืองหนาว (Dalat Flower Gardens)

:: สวนดอกไม้เมืองหนาวผมไม่ได้ไปนะครับ โดยส่วนตัวไม่ได้ชอบดอกไม้และหนังสือ ถ้าไปเหมือนจะลงแดงตายครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนดอกไม้เมืองหนาว ทางนี้เลยครับ google

3. สถานีรถไฟดาลัด (Dalat Train Station)


(ภาพจาก : http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10144107/E10144107.html)

4. โบสถ์ (Dalat Church)

:: สำหรับช่วงเช้า การ sightseeing ในเมือง ผมว่าตามใจเพื่อนๆ เลยครับ ระยะทางแต่ละที่ไม่ไกลกันมาก อยากไปไหน ค้นหาใน google เลย ดูภาพก่อนว่าอยากไปมั้ย ถ้าอยากก็เดินทางไป ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องไปครับ แต่ละที่ไม่ได้ตื่นตาและตื่นเต้นขนาดนั้นสำหรับผม แต่ที่น่าสนุกน่าตื่นเต้น อยู่ที่ช่วงบ่ายต่างหาก…

กรีนโซน

:: เมื่อยึดจาก Dalat Market (ตลาดเช้า) ก็จะเห็นเส้นทางการเดินทางมายังจุดขึ้น Cable Car ครับ  เมื่อขับมอเตอร์ไซต์มาถึง Cable Car แล้ว จะต้องเสียค่าจอดมอเตอร์ไซต์คันละ 5,000 VND และผมแนะนำแบบนี้ ให้ซื้อตั๋ว One Way Tickets ไม่ต้องซื้อแบบไปกลับนะครับ เพราะเมื่อเราไปถึงจุดลงบริเวณน้ำตก เหมา TAXI กลับ จะประหยัดเวลาและเงินมากกว่า หากไปกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แต่ถ้าฉายเดียว แล้วแต่ความพอใจของเพื่อนๆ เลยครับ ยังไงลองบวกลบคูณหารดูเอา

:: เมื่อขึ้นไปถึง ก็จะมีจุดบริการชมจุดชมวิวให้เพื่อนๆ ได้มองเมืองดาลัทจากมุมสูงครับ รีบทำการซื้อตั๋วไว้ครับ จากนั้นต่อคิวรอขึ้น Cable Car เลย ระยะเริ่มต้นจนจบจุดสุดท้ายราวๆ 2.3 Km ใช้เวลา 10 นาทีครับ

:: และเมื่อไปถึงบริเวณนั้น ก็เดินทางตามสถานที่แนะนำกันต่อเลยครับ

5. วัดตั๊กลัม (Truc Lam Pagoda)

:: วัดตั๊กลัม เป็นวัดพุทธในนิกายเซน แบบญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาเฟืองฮว่าง ภายในบริเวณวัดนอกจากจะมีสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังมีการจัดทัศนียภาพโดยรอบด้วยสวนดอกไม้ที่ผลิดอกบานสะพรั่ง นับได้ว่าเป็นวิหารซึ่งเป็นที่นิยมและงดงามที่สุดในดาลัด เป็นไงครับ ข้อมูลผมแน่นเปี๊ยะ (กุไปก๊อปเค้ามาเมื่อเกี้ยะ ๕๕๕)

:: หลังจากจบจากตรงนี้ ถ้าไม่อินกับเรื่องศาสนามาก ก็รีบลงมาชมความงามด้านล่างกันได้แล้วครับ ข้างล่างมีกิจกรรมให้ทำเพี๊ยบเลย เรียก Taxi ไปครับ อย่าเดินเลยเชื่อผม ค่า Taxi จากตัว cable ลงไป บริเวณทางเข้าอุทยานเพียง 30,000 VND เท่านั้น และเมื่อพอมาถึง ก็ซื้อบัตรเข้าสถานที่ครับ คนละ 10,000 VND จากนั้น ให้ไปซื้อ Roller Coaster นะครับ ราคา Return Ticket อยู่ที่ 50,000 VND ครับ (แนะนำว่าเล่นหลายๆ รอบ) คราวนี้ก็เดินทางโดยใช้แรงโน้มถ่วงของโลกได้เลย

:: มันเป็นแบบนี้ครับ การเดินทางลงไปน้ำตก จะเดินก็ได้นะ แต่แนะนำให้นั่ง Roller G ดีกว่า การนั่ง Roller G ไม่ยากเลยครับ ปล่อยตัวไปตามแรงโน้มถ่วง ถ้ารู้สึกว่าแรงจนมันจะหลุดออกจากราง ก็ดึงเบรค แต่ตอนที่ผมไป ผมปล่อยยาวเลยครับ มันมากๆ อยากจะเล่นซักสามสี่รอบถ้าคิวไม่เยอะ เมื่อเราลงมาถึงข้างล่าง ก็จะได้กลิ่นละอองของน้ำตกครับ และเราก็มาถึงสถานที่ต่อไปกันแล้วครับ

6. น้ำตกดาตันลา (Datanla Waterfalls)

:: บริเวณนี้มีกิจกรรมให้เล่นเยอะมากครับ ซึ่งสำหรับเวลาที่ผมอยู่คงไม่เพียงพอ ผมคงต้องกลับมาใหม่ แต่ผมจะโชว์ให้ดูว่า กิจกรรมที่นี่นั้น น่าสนใจและน่าสัมผัสขนาดไหน


(ภาพจาก : http://www.elegant.vn)


(ภาพจาก : http://bennygoeseast.blogspot.jp )

:: ซึ่งแพ็คเกจดังกล่าวจะใช้เวลาอย่างน้อย ครึ่งวัน ถึง หนึ่งวันเต็มครับ โดยราคาจะอยู่ที่ 41 $ สำหรับ Full Day ซึ่ง Highlight สำคัณก็จะมีประมาณนี้ครับ โรยตัวลงมาจากน้ำตก เดินป่า Free jumping น้ำตกที่ 14 เมตร (สูงมากนะ ตึก 3 ชั้น) บลาๆๆ และผมก็หาทางไปจอง package ให้กับเพื่อนๆ ได้มาหนึ่งบริษัทครับ ยังไงลองเช็คราคาเอาไปเปรียบเทียบหน้างานดูนะครับ

http://www.getyourguide.com/dalat-l976/datanla-waterfalls-abseiling-real-canyoning-t40259/

:: เสร็จจากตรงนี้กลับไปที่พักทีคงสลบครับ เมื่อเที่ยวบริเวณนี้เสร็จแล้ว ถ้าซื้อ package กับทางบริษัท เค้าคงมีรถมารับครับ แต่ถ้าแว๊นซ์มอเตอร์ไซต์มากันเองอย่างพวกเรา ที่แค่เดินมาชมน้ำตก ขึ้นเคเบิลเล่นๆ ก็นั่ง taxi กลับไปยังจุดเริ่มต้น cable คืนครับ ราคาราวๆ 50,000 VND ไปถึงก็คงจะเกือบเย็นครับ แนะนำให้ไปที่นี่ต่อเลย…

7. ทะเลสาบซวนเฮือง (Xuan Huong Lake)

:: บริเวณนี้เป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ที่ครับ คล้ายๆ สวนสาธารณะ เป็นที่ที่ทำให้ผู้คนมาเจอกัน ของกินโลคอลๆ เยอะมากๆ มีเรือถีบด้วย คนละ 5,000 VND เราหมดแรงถีบแล้วเดินหาของกินเล่นกันแทน

:: ที่พลาดไม่ได้คือเครปดาลัทครับ แปลก แต่อร่อยมากๆ

:: ตัวนี้จะเป็นประมาณว่า ปากหม้อยำครับ แต่แป้งหนามากกกกกกกก > < จบจากตรงนี้เราก็เข้าเมืองไปหา Agency ซื้อตั๋วรถไปมุยเน่ครับ (จริงๆ ควรหาซื้อตั้งแต่เช้านะครับ) ไปร้านไหนก็ได้ครับ ขับรถวนหาดู ผมได้ตั๋วไปมุยเน่ราคา 130,000 VND พอใจมากๆ ก็เลยมาเดินตลาดดาลัทต่อ มาทำภาระกิจต่อไปครับ เค้าบอกว่า มาดาลัท ต้องกิน เครป (กินไปแล้ว) นมดาลัท (กำลังหา) และหอย (กำลังหา) ไปเดินหากัน

:: นมดาลัทหาไม่ยากเลยครับ เข้าไปร้านโชว์ห่วยร้านไหน ก็ได้มีขายหมด รสชาติแบบกลมกล่อมและสดมากๆ ต้องกินๆๆๆ > < ระหว่างนั้นเราก็เดินอยู่ที่ตาลาดดาลัทนั้นแหละ ครับ เดินดูของซื้อของขาย ของกิน และก็หาหอยไปเรื่อยๆ

:: และแล้วก็เจอจนได้ครับ ร้านเป็นแนวยาวอยู่ตรงบริเวณตาลาดนั้นแหละ ตื่นเต้นจนไม่ได้ถ่ายรูปตอนมันยังสดๆ อยู่ครับ นึกได้อีกทีก็สุกวางบนโต๊ะพร้อมรับประทาน หอยสดมาก นุ่มมาก หวานมาก ส่วนปลาหมึกก็มีเตาย่างไฟมาให้ย่างเอง นิ่มและสดไม่รู้ลืม > <

:: พอกินเสร็จ ก็กลับที่พักเข้านอนเลยครับ เหนื่อยมาทั้งวันจริงๆ อากาศก็ดีจนไม่อยากออกไปไหน ถือเป็นการนอนสูดอากาศบริสุทธิ์เอากำไรให้กับชีวิตไปเลยแล้วกัน สำหรับวันที่สอง ราตรีสวัสดิ์

สรุปค่าใช้จ่ายวันที่สอง

– ค่า Homestay 500,000 VND = 775 บาท (หารสาม) คนละ 260 บาท
– ค่าเช่ามอเตอร์ไซต์ 2 คัน คันละ 120,000 VND (หารสาม) คนละ 120 บาท
– ค่ากินข้าตอนเช้า คันละ 15,000 VND = 25 บาท (ของกินถูกมาก)
– ค่าเติมน้ำมันสองคัน 42,000 VND (หารสาม) = 22 บาท
– ค่าจอดรถ สองคัน 10,000 VND (หารสาม) = 15 บาท
– ค่ากระเช้าขาไปอย่างเดียวคนละ 50,000 VND = 77 บาท
– ค่าเข้าอุทยานคนละ 10,000 VND = 15 บาท
– ค่า Roller G คนละ 50,000 VND = 77 บาท
– ค่าข้าวกลางวันคนละ 30,000 VND = 45 บาท
– ค่าของกินเล่น ตอนเย็นคนละ 20,000 VND = 30 บาท
– ค่าอาหารทะเลตอนเย็น คนละ 50,000 VND = 77 บาท
– ค่ารถไปมุยเน่ตอนเช้า คนละ 130,000 VND = 200 บาท

รวมวันที่สองใช้เงินไป 963 บาท

:: ใช้เงินไปทั้งหมดตอนนี้ = วันแรก (3,564) + วันที่สอง (963) = 4,527 บาท ::

ที่ที่ควรไป แต่ไม่ได้ไป

:: ตรงนี้ขอเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่ผมเดินทริปนะครับ จริงๆ ผมรู้อยู่แล้ว ว่ามาดาลัด ต้องมาช่วงเดิอนตุลาคม – เดือนธันวาคม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พีคสุดๆ บรรยากาศดี บวกกับปลายฝนต้นหนาว ไปที่ไหนก็มีกิจกรรมให้ทำ ให้ดูสวยๆ เต็มไปหมด  แต่ทำไงได้ มีวันหยุดแค่นี้ วันว่างแค่นี้ ก็ต้องมาตามมีตามเกิดครับ มาดูกันว่า ที่อื่นๆ ที่ผมแนะนำเพื่อนๆ มีอะไรเพิ่มเติมจากข้างบนที่ผมไปมาบ้าง

กิจกรรม Waterfalls Full Day

:: หากมาฤดูกาลที่มีน้ำ เพื่อนจะได้เดินป่า ปั่นจักรยาน โรยตัวลงน้ำตก กระโดดลงจากที่สูง 14 เมตร และกิจกรรมอื่นๆ อีกมายในบริเวณพื้นที่สีเขียวของดาลัด เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งทำให้ผม อยากกลับมาอีก

น้ำตกช้าง (Elephant waterfalls)

::น้ำตกช้าง (Elephant waterfall) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองดาลัทประมาณ 28กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญที่มีความสูง30เมตร และมีกระแสน้ำที่แรงมาก ชื่อของน้ำตกช้าง มาจากภาษาพื้นเมืองของเผ่า K’ho

น้ำตกเพรน (Prenn Waterfal)

:: น้ำตกเพรนน์ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในดาลัด มีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลวันหยุดและช่วงปิดเทอม น้ำตกเพรนน์อยู่ห่างจากใจกลางดาลัดราว 10 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่จะเดินทางขึ้นมาชมความสวยงามด้านบนน้ำตก สามารถใช้บริการเคเบิลคาร์ได้ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนมากจะนิยมการเดินเท้าขึ้นมาตามเส้นทางข้างน้ำตก เพราะให้ความรู้สึกสนุกกับการปีนเขาและชมวิวมากกว่า นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวบางส่วนยังสามารถแวะไปวัด Au Lac Temple ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงได้อีกด้วย

น้ำตกฟงกัว (Pongour Falls)

:: น้ำตกฟงกัว ได้รับการขนานนามให้เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในดาลัด มีความสูง 20 เมตร และกว้าง 100 เมตร เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนยังสามารถพบภาพของสายน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาอย่างมหาศาลในช่วงฤดูฝน นับเป็นความงดงามทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ชวนให้ประทับใจจริง ๆ

:: เป็นไงบ้างหล่ะครับ ผมว่าเมืองดาลัด อยู่ซัก 3 วัน 2 คืน กำลังดีเลยครับ อยู่รับอากาศบริสุทธิ์ สูดกลิ่นอากาศ และสัมผัสกิจกรรมดีๆ ของที่นี่ ผมว่าเป็นใครใครก็ชอบครับ ขนาดผมยังเสียดายเลยที่มีวันและเวลาน้อยเกินไป แต่จะทำยังไงได้ครับ เราก็เป็นแค่พนักงานบริษัทงอกง่อยธรรมดา มีเวลาได้มาหยุดเที่ยวแค่นี้ ก็ถือว่าดีแล้ว ขอบคุณภาพจาก internet นะครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมก๊อปมาจากเว็บไหนบ้าง

มุยเน่

:: สวัสดีเช้าวันใหม่ วันนี้ดูสดใสกว่าทุกวัน แต่สิ่งสำคัญกลับหายไป ชิดหายแล้วไง ตังค์ไม่มีในกระเป๋า ก็เลยไปกดตังค์กันมาเพิ่ม ผมก็เพิ่งรู้ว่ากดตังค์ที่ต่างประเทศได้ด้วย เอ๋ออยู่ตั้งนาน ผมไปกดตังค์เพื่อที่จะเตรียมไปใช้ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ กดมาได้สูงสุด 2,000,000 VND เสียค่าธรรมเนียมบริการไป 30,000 VND ครับ บางตู้เห็นบอกว่าเสีย 55,000 VND ครับ เมื่อมีอะไรมาเติมเต็มกระเป๋าสตางค์แล้ว ก็เก็บของแล้วรอรถ Tourist Bus มารับที่หน้า Homestay

:: จากดาลัท มามุยเน่ ใช้เวลาราวๆ 4 ชั่วโมงครับ ดูระยะทางอาจไม่ไกลนะ ไม่กี่ร้อยกิโล แต่เวียดนามเป็นเมืองที่ถนนไม่ดีเท่าบ้านเรา บวกกับมีกฏหมายที่ควบคุมความเร็วไว้ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เลยทำให้การเดินทางค่อนข้างใช้เวลานานหน่อย แต่ก็นั่งๆ นอนๆ ไปเถอะครับ หลับตื่นสองตื่น เด่วก็มาถึงเอง

:: เรามาถึงมุยเน่ตอนเที่ยงตรงพอดีครับ ก็ไม่รอช้าที่จะเดินหา Half Day Package ครับ สิ่งนี้คือสวรรค์ครับ มันจะพาเราไปจุดสำคัญของมุยเน่ในราคาที่ถูกโคตรๆ เดินหาไปเลยครับ ถนนมีเส้นเดียวทั้งเมือง ผมไปร้าน Kim Travel ครับ เพื่อนๆ จะไปร้านอื่นก็ได้นะ ซึ่งราคาที่ได้สำหรับ Half Day Package ควรอยู่ที่คนละ 100,000 VND ครับ แล้วเราก็หาตั๋วกลับโฮจิมินห์ด้วยเลยในวันนั้น ได้ราคามา 200 บาทเด๊ะๆ ครับ 7$

*** การเดินทางของผม มักจะเดินทางตอนกลางคืน เพราะเวลาที่เรานอน เราจะได้เดินทางไปในพร้อมๆ กัน ไม่เสียเวลา ***

:: ใน Half Package เค้าจะพาเราไป 4 ที่หลักๆ ครับ นั้นคือ Fairy Stream, Fishing Village, White sand และสุดท้าย Dune Sand ใช้เวลาราวๆ 4 ชั่วโมง จนพระอาทิตย์ตกดิน เค้าจะใช้รถ Jeep มารับเราในที่ที่เราบอกให้เค้าไปรับครับ และจะมารับเราราวๆ บ่ายสองของวันที่จองทริป ซึ่งช่วงที่ผมไป ก็เหลือเวลากว่าสองชั่วโมง ในการรอรถมารับ ก็เลยหาโบชัวร์ตาม Agency ต่างๆ ว่าเค้าแนะนำให้ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง หลักๆ ก็จะมีอยู่ใน half Day trip แล้วครับ แล้วก็มีอีกที่หนึ่ง ที่คิดว่า น่าจะไปได้ และทำเวลา นั้นคือ Pochanu


(ภาพจาก : www.citypassguide.com)

:: วิธีการไปง่ายๆ ครับ หันหน้าเข้าหาทะเล ทางไปจะอยู่ทางขวามือเรา จากนั้นก็เดินทางไปทางนั้นเลยครับ ตัวปราสาทจะอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 6 กิโลเมตร ตอนนั้นไม่รู้จะไปยังไงก็เลยเหมา TAXI ไปกันครับ ไปกลับอยู่ที่ประมาณ 150,000 VND พอไปถึงก็ลงไปชมความงามของปราสามกัน รูปร่างปราสาทคล้ายๆ ปราสาทศรีขรภูมิเลย ส่วนความเป็นมาหรือประวัติ ยังไงลองหากันดูใน google นะครับ

:: บ่ายสอง Jeep ก็จะมารับเรา และพาเราไปตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนดไว้ใน Half Trip

Fairy Stream

:: แฟรี่สตรีม จะเป็นทางน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งน้ำก็มาจากไหนไม่รู้ครับ เดินไปไม่สุดทาง แต่เส้นทางยาวพอสมควร โดยจุดเด่นจะอยู่ตรงที่มีทรายที่ก็ต่อแข็งคล้ายหิน อยู่บริเวณนั้นครับ เด็กๆ ชาวมุยเน่ มักจะไปเล่นน้ำกันที่นั้น ถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด ข้อมูลที่ถูกต้องเพิ่มเติมใน google กันเองเลยนะครับ

Fish Village

:: ที่นี่คือหมู่บ้านชาวประมงครับ ของทะเลสดๆ ราคาถูกจะถูกรวมมาอยู่ที่ทั้งหมด โดยเรือหาปลาของเวียดนามก็จะเหมือนเรือปกติทั่วไป แต่จะมีเรืออีกชนิดหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ คือเรือที่รูปทรงคล้ายกะลามะพร้าวหงายครับ เค้าใช้ล่องทะเลไป และหาปลากันได้จริงๆ ยังไงก็ลองไปสัมผัสกันดูนะครับ


( ภาพจาก : paulisinwonderland.wordpress.com)


(ภาพจาก : commons.wikimedia.org)

White Sand

:: เป็นอีกหนึ่งจุด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากๆ ที่นี่คือที่ที่ใช้ขึ้นปกกระทู้นี้ครับ White Sand อาจจะไม่ใหญ่เท่าซาฮารา แต่ก็ดูไม่เบื่อเลยนะครับ ทรายละเอียด นุ่มมาก ค่าเข้า 10,000 VND ภายในมี ATV ให้เช่า ราคาประมาณคันละ 100,000 VND ขับได้ 15 นาที ยังไงก็ห้ามพลาดครับ ณ จุดๆ นี้

Sand Dune

:: จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายของ Half Trip ครับ จะเป็นทะเลทรายสีแดง แต่มีอะไรให้เราเล่นะครับ นั้นคือ Sand Board แนะนำว่าต้องเล่น เพราะว่าสนุกมากๆ บอร์ด จะถูกเสนอขายในราคา 50,000 VND ครับ แต่ทาง Agency บอก ให้เด็กน้อยไป 1$ ก็พอแล้ว แต่คือผมเห้กว่านั้นควัก ผมควัก 5,000 VND โขว์แล้วบอกว่า มีแค่นี้ จะเอารึป่าว ผมยื่นแบ๊งค์ให้ หยิบบอร์ด แล้วก็ละเล่นเลยครับ ๕๕๕


(ภาพจาก : www.bugbog.com)


(ภาพจาก : wylliestravels.wordpress.com)

:: ณ จุดๆ นี้ ผมก็เล่น จนตะวันตกดินเลยครับ หลังจากที่ไปทุกที่ครบแล้ว Jeep ก็จะไปส่งเราที่เดิมที่เราเคย มา ผมรีบหาห้องน้ำล้างตัวและขอเค้าอาบน้ำครับ เค้าบอกว่า มามุยเน่ ต้องมากิน Lobster หลังจากที่เราอาบน้ำกันเสร็จ เราก็ตระเวณหาร้านที่ขาย Lobster กันเลยครับ เค้าบอกว่า ราคาไม่ควรเกิน 100,000 VND ต่อกิโลกรัมครับ เดินหาๆๆ หาประมาณ 5 – 6 ร้าน สุดท้ายก็เจอจนได้

:: อิ่มหนำสำราญครับมื้อนี้ ค่าอาหารทุกอย่าง ขอไม่รวมอยู่ในงบของกระทู้แล้วกันนะครับ เพราะมื้อนั้นคือคืนสุดท้ายที่เราจะได้อยูที่เวียดนาม เราเลยจัดแหลกครับ หมดไปประมาณคนละ 1,000,000 VND ๕๕๕ เอามาคิดแค่ค่า Lopster กับของกินเล้กๆ น้อยๆ แล้วกันนะครับ หลังจากที่เรากินเสร็จ ก็เดินกลับไปจุดเดมิ และรอรถกลับโฮจิมินห์ รถจาก มุยเน่ไปโฮจิมินห์ ใช้เวลาราวๆ 6 ชั่วโมงครับ พวกเราจึงเลือกรถรอบ เที่ยงคืน กะไปเช้าที่นั้นพอดี

*** รถจากมุยเน่ไปโฮจิมินห์ มีทุกชั่วโมงเลยครับ รอบสุดท้ายคือรอบ ตีหนึ่งครึ่ง ก็คือไปเช้า 6 โมงเช้าที่โฮจิมินห์เลย ***

รถเป็น Sleeping Bus และ Free wifi เหมือนเดิมครับ ยาวไปๆ

สรุปค่าใช้จ่ายวันที่สาม

– ค่า half Day trip 100,000 VND = 150 บาท
– ค่าข้าวเที่ยง 40,000 VND = 60 บาท
– ค่า TAXI ไป Pochanu 150,000 VND หาร 3 คนละ 50,000 VND = 75 บาท
– ค่า ลองกิน Lobster คนะละ 150,000 VND = 220 บาท
– ค่ารถกลับโฮจิมินห์ = 200 บาท

รวมวันที่สามใช้เงินไปทั้งหมด 705 บาท

:: ใช้เงินไปทั้งหมดตอนนี้ = วันแรก (3,564) + วันที่สอง (963) + วันที่สาม (705) = 5,232 บาท ::

ระหว่างที่นอนหลับ

:: ระหว่างที่นั่งรถจากมุยเน่ ไปโฮจิมินห์ ผมจะมาบอกเพื่อนๆ ว่า มุยเน่ เป็นเมืองตากอากาศที่มีกิจกรรมชิคๆ เยอะมากนะครับ นอกจากเราจะไปชมความงามของ 5 สถานที่หลักๆ แล้ว หากใครมีเวลา อยากให้อยู่ต่อที่เมืองนี้อีกซัก 2 – 3 วัน เพราะที่นี่มีกิจกรรมอย่างเช่น Sand board ให้เพื่อนๆ ได้โต้คลื่นทรายกันอย่างเมามัน และที่นี่ในฤดู Surf ก็มีเหล่า Surfer มาโต้คลื่นกันจำนวนมาก นี่มันเมืองสวรรค์ชัดๆ


(ภาพจาก : www.vietnamdhtravel.com)


(ภาพจาก : www.vietnamdhtravel.com)

สามชั่วโมงสุดท้ายในเวียดนาม

:: หลังจากที่เดินทางมาถึงโฮจิมินห์ พวกเราก็นั่งเอ๋อๆ กันอยู่สามคนครับ คนเวียดนามดูแลสุขภาพตัวเองดีมากๆ ผมไปถึงตั้งแต่ตีห้า ยังออกมาวิ่งกำลังกายกัน ออกมาเต้นแอโรบิค ตีแบตกันเต็มเลย พวกเราก็ได้แต่นั่งสลึมสลือ มองหน้ากันว่า เอาไงต่อดีว่ะ เครื่องออกบ่ายหนึ่ง ต้องไปสนามบินซัก ก่อน 11 โมงเช้าแล้วกัน กันพลาด ระหว่างนั้นก็เลยไปหาร้านกาแฟนั่งกินชิวๆ ร้านกาแฟในเวียดนามส่วนใหญ่จะเป็นร้านข้างถนน มีเก้าอี้ซักผ้าให้นั่งจิบกาแฟริมถนนกันไปครับ ระหว่างที่นั่ง ก็ส่งมาม่ามากิน บวกกับเอาแผนที่ที่เคยขอ Agency ขึ้นมาดู จากนั้นก็ศึกษาว่าจะไปที่ไหนได้บ้าง ในครึ่งวันที่เหลือนี้

:: ผมกางแผนที่แล้วเห็นว่ามันมีเกือบสิบที่ที่สามารถใช้เท้าเดินไปได้ และเค้าเขียนไว้ว่า 4 hours sightseeing Ho Chi Min อ่าวว เข้าทางเลยครับ หลังจากนั้น เราก็เลยยึดแผนที่ข้างล่างนี้ เดินทั่วเมืองเลยครับ บางทีไป ไม่พอใจก็ไม่ถ่ายรูปครับ ก็มันไม่สวย ๕๕๕

:: สถานที่หลักๆ ที่ผมไปก็จะมี War Remnants Museum, Chinese Market , Independence Palace, Notre-Dame Cathedal, Central Post Office, Ben Thanh Market และ Opera House ครับ ก็มีประมาณนี้เท่าที่เราจะทำได้ครับ

:: ตลอดการเดินทางสามชั่วโมง พวกเราเดินและถ่ายรุปกันอย่างเดียวครับ ไม่มีเวลาจะเข้าไปสัมผัสข้างในเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเบื่อ และเหนื่อยแล้วด้วย กลุ่มเราเป็นพวกชอบกิจกรรมครับ อะไรที่เป็นเรื่องประวัตสำคัญ หรือสถานที่แบบนี้ ก็เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ไปแค่พอให้รู้ได้เห็นว่ากุเคยมาแล้วเท่านั้น แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสอะไรพวกนี้ แนะนำให้มานะครับ เพราะที่นี้เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมาก่อน มีหลุ่มหลับภัย มีอะไรที่เกี่ยวกับสงครามเยอะแยะมากมาย ในจะประวัติของลุงโฮอีก ในส่วนนี้ผมขอไม่ลงลึกแล้วกันนะครับ ถ้าอยากรู้ว่าโฮจิมินห์มีเรื่องน่าสนใจมากขนาดไหน แนะนำให้รีบมาเลยครับ

:: อีกเรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ ที่โฮจิมินห์มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกว่าที่ผมโชว์ในกระทู้นะครับ ที่เอามาโชว์ได้แค่นี้เพราะมีเวลาเดินทางจำกัด โฮจิมินห์ 3 วัน 2 คืน กำลังพอดีครับ เห็นเค้าว่า ทริปแม่น้ำโขง เป็นที่นิยมของโฮจิมินห์มากๆ ใช้เวลา 1 วันเต็มครับ ใครไปแล้วมีเวลา ก็ลอง Take Trip นี้ดูนะครับ และเรื่องสุดท้าย ชาวเวียดนามมีคนดีเยอะครับ แต่คนเ_ี้ยๆ ก็เยอะเหมือนกัน แม่มหลอกแฏกตังค์กุครับ ยังไงก็ระมัดระวังกันด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ตอนนี้ผมคงต้องเรียก TAXI ไปสนามบินแล้วหละครับ ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า ขอบคุณครับ

สรุปการเดินทางครั้งสุดท้าย

:: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดทริป 5,232 บาท + ค่า Taxi กลับสนามบิน 120,000 VND (หารสาม) = 80 บาท ::
ดังนั้นทั้งทริปนี้ พวกเราใช้เงินไปทั้งสิ้น 5,312 บาทถ้วน (ขอไม่แจงรายการที่โดนโกงนะครับ ๕๕๕)

#Morethan5000THB

FOLLOW US

Youtube : https://goo.gl/rVqoVe
Fan Page : https://goo.gl/kDE9eh
Facebook : https://goo.gl/S42XZq
Instagram : https://goo.gl/60tM0B
Twitter : https://goo.gl/wx2I34
Website : https://www.palapilii.com/

Print Friendly, PDF & Email
One Comment

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *